เทคโนโลยี Social Media หัวใจสำคัญของครอบครัวแนวใหม่ในอาเซียน

ความเจริญเติบโตในประเทศอาเซียนได้เปลี่ยนจากครอบครัวขยาย (ครอบครัวใหญ่) ลดลงเป็นครอบครัวเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น ตามหลักปรัชญาsei-katsu-sha ที่บอกว่า การศึกษาให้เข้าใจถึงความต้องการและค่านิยมของผู้ดำเนินชีวิตแต่ละคน เพื่อสร้างสรรค์แนวทางใหม่ที่ก่อให้เกิดความสุขกับบุคคลนั้น ๆ โดยการแบ่งแยกออกมาเป็นครอบครัวเดี่ยวนั้น แต่ละครอบครัวจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์กันผ่านเทคโนโลยี เป็นการสร้างค่านิยมใหม่ให้กับครอบครัว เรียกว่า ครอบครัวเชื่อมต่อ

เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสิ่งเชื่อมโยงสำคัญ โดยแต่ละครอบครัวจะมีสังคมออนไลน์ไว้ติดต่อสื่อสารกัน เป็นการลดความเป็นส่วนตัวและสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันได้แม้อยู่ห่างไกล สามารถแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่

1. ครอบครัวขยายที่ดูผิวเผินเหมือนเป็นครอบครัวเดี่ยวหมายถึง สมาชิกในครอบครัวที่แม้จะไม่ได้อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่ก็มีปฎิสัมพันธ์กันทั้งในโลกสังคมออนไลน์และในชีวิตจริง
2. เป็นประหนึ่งตาข่ายนิรภัยและรักษาความเป็นส่วนตัวในขณะเดียวกัน หมายถึง สมาชิกในครอบครบครัวคอยช่วยเหลือและดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน รวมทั้งปรับปรุงเรื่องความขาดความเป็นส่วนตัว เช่น กรณีที่แต่ละคนที่แยกออกไปจะอาศัยอยู่แต่บ้านของตนเอง แต่บ้านที่ใหญ่ที่สุดจะมีกล้องวงจรปิดติดตามบ้านของครอบครัวที่มีบ้านแยกออกไป เพื่อดูว่าบ้านแต่ละหลังทำอะไรกันอยู่
3. สมาชิกทุกคนในครอบครัวเป็นผู้มีอิทธิพลได้ หมายถึง ความถนัดของแต่คน สามารถเป็นผู้นำครอบครัวได้ในด้านนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านไอที ด้านอาหารหรือการท่องเที่ยว
4. วิธีการสื่อสารที่ขาดไม่ได้ 3 ชนิด ที่จำเป็นต้องมีในการรวมครอบครัว
4.1. โซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊กจะมีไว้เพื่อเก็บความทรงจำต่าง ๆ บันทึกภาพกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัว
4.2. แอพพลิเคชั่นสนทนา เช่น ตั้งกลุ่มไลน์ครอบครัวไว้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของแต่ละคน
4.3. การสนทนาแบบเห็นหน้าผ่านโทรศัพท์ เป็นการเชื่อมสายใยครอบครัวที่ห่างไกลได้รู้สึกเหมือนใกล้ชิดกัน

แม้ครอบครัวในอาเซียนจะกระจายกันอาศัยอยู่ในประเทศ แยกออกมาเป็นครอบครัวเดี่ยวจากครอบครัวขยาย แต่เทคโนโลยีเป็นตัวหลักสำคัญที่เชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เมื่อถึงเทศกาลสำคัญ เช่น วันเกิดสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวก็จะมีการรวมตัวจากทุกครอบครัวที่แยกออกไปมาพบปะ สังสรรค์กัน จึงเรียกได้ว่าเป็น ครอบครัวแนวใหม่แห่งอาเซียน

คนไทยฮิตใช้’ไอทีเชื่อมครอบครัวในปัจจุบัน


ทุกวันนี้คนไทย การดำเนินชีวิตประจำวันล้วนมีเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ในยุคของการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นที่หน้าสังเกตว่า ความสัมพันธ์ ตลอดจนรูปแบบการดำเนินชีวิตของครอบครัวไทย ในปัจจุบันมีความแตกต่างไปจากครอบครัวไทยในอดีต พ่อ แม่ ลูก ห่างเหินกันมากขึ้น แต่ละคนต่างเป็นอิสระต่อกัน มีทิศทางของตนเองทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่สังคมนอกบ้านทำงานหนัก เรียนหนัก บ้านเป็นเพียงที่พักพิงยามสมาชิกหมดภารกิจ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็มีวิธีการเลี้ยงดูหลานที่แตกต่างไปจากเดิม พ่อ แม่ทำงานเหนื่อยกลับมาบ้านอยากพักผ่อนบ้างเป็นผลใกล้คราวใกล้ชิดสนิทสนมตามแบบธรรมเนียมไทยลดลง หลายครอบครัวเลี้ยงลูกด้วยวิทยาการสมัยใหม่ให้เครื่องยนต์กลไกเป็นผู้ดูแลอบรมสั่งสอนลูกแทนตน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วีดิโอ อุปกรณ์การเล่นอันทันสมัยนานาชนิด

ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว ผลปรากฏว่า คนไทยนิยมนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและแลกเปลี่ยนรูปภาพระหว่างกัน ทำให้ไม่ต้องเป็นกังวลว่า การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวจะทำให้ขาดการติดต่อกับคนในครอบครัว ทั้งนี้ 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนที่จะใช้ช่วงเวลาวันหยุดเพื่อติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัว ขณะที่ 51% กำหนดไว้ที่15-30 นาทีต่อวัน และอีก 14% กำหนดไว้ที่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ส่วนผลสำรวจต่อคำถามเรื่องข้อมูลที่ต้องการแลกเปลี่ยน 45% ระบุว่า ภาพถ่าย โดยผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 1 ใน 5 หรือ 20% ตอบว่าจะอัพเดทสถานะในโซเชียลมีเดียเป็นประจำเพื่อแลกเปลี่ยนความเป็นไปกับคนในครอบครัว

ขณะที่ คนไทย เชื่อว่า เทคโนโลยีจะช่วยให้สามารถติดต่อกับครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย 84% เชื่อว่าเทคโนโลยีมีผลทางบวกต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว และ 16% ยกให้เทคโนโลยีสำคัญต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของผลสำรวจในภูมิภาคเอเชีย การสื่อสารผ่านโทรศัพท์ยังเป็นที่นิยมสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย มีสัดส่วน 67% แต่ปัจจุบันคนรุ่นเยาว์หันมาใช้การสื่อสารด้วยอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ส่วนคนกลุ่มอายุ 14-24 ปี อัตราส่วน 27% ใช้เทคโนโลยีติดต่อกับครอบครัวเป็นประจำ โดยมีเครื่องมือหลักคือ อีเมล ระบบส่งข้อความ หรืออินสแตนท์ แมสเสจจิ้ง โซเชียลเน็ตเวิร์ค และการสนทนาผ่านวิดีโอ

ความสำคัญในการดูแลครอบครัวให้มีความสุขและการดูแลเอาใส่ใจ

ครอบครัวคือความสัมพันธ์ของกลุ่มคนทางสายโลหิตและการแต่งงาน อันวัฒนธรรมการจัดระบบครอบครัวและเครือญาติของสังคมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการกำหนดวิถีชีวิตของชุมชน จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีความซับซ้อนและเป็นไปอย่างเร็ว ปัจจุบันโครงสร้างและรูปแบบของครอบครัวซึ่งเคยเป็นครอบครัวขยายกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ขนาดของครอบครัวเริ่มเล็กลง ครอบครัวไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม สถาบันครอบครัวซึ่งเคยเป็นทุนทางสังคม มีระบบเครือญาติที่มีความผูกพันอย่างใกล้ชิด มีความเกื้อกูล เอื้ออาทรและการอบรม ขัดเกลาบุตรหลาน การปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมประเพณี กลับอ่อนแอลง ซึ่งมีผลต่อปฏิสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกครอบครัวทั้งทางลบและทางบวก

ครอบครัวที่เคยเหนียวแน่นในอดีตปัจจุบันเริ่มเปราะบางลง มีปัญหามากมายตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาการอย่าร้าง การทอดทิ้งผู้สูงอายุ การทำแท้ง และอื่นๆอีกมากมายหรือกระทั้ง ความรุนแรงในครอบครัวที่ไม่น่าเชื่อว่าคนที่มีความผูกพันฉันสามีภริยาหรือคนที่มีสายโลหิตเดียวกันแล้วจะมีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นได้ สังเกตได้จากกฎหมายซึ่งเป็นตัวรองรับเพื่อป้องกัน แก้ไขและปรามให้สังคมมีความสงบสุข อันจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันตามยุคสมัยนั้นๆ  ซี่งกฎหมายครอบครัวในปัจจุบันนั้น มีลักษณะเป็นกฎหมายตั้งรับ ที่ครอบคลุมเรื่องของหมั้น การสมรส การหย่า  ทรัพย์สินระหว่างสามี-ภรรยา บุตรนอกสมรส บุตรบุญธรรมและมรดก ของครอบครัวในทุกระดับสิ่งเหล่านี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าถูกเขียนขึ้นเพื่อรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในครอบครัวทั้งสิ้น

ทั้งนี้เห็นได้ว่าปัญหาครอบครัวนั้นมีสาเหตุมาจากคนในครอบครัวเอง เป็นสำคัญ การที่ไม่อาจปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้ครอบครัวไม่อาจทำหน้าที่บทบาทของตนได้อย่างสมบูรณ์ เกิดความห่างเหินของคนในครอบครัว ไม่มีเวลาพูดคุยปรึกษาหารือกันทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน  เกิดปัญหาการอย่าร้าง การทอดทิ้ง   เสี่ยงต่อการที่บุตรประพฤติในทางไม่เหมาะสมตามมาและสาเหตุหนึ่งที่สำคัญและพบมากขึ้นในสังคมไทยปัญหาครอบครัวที่เกิดจากความไม่พร้อม คือความไม่พร้อมที่จะมีครอบครัวไม่ว่าจะด้วยวุฒิภาวะและอายุที่จะเป็นพ่อและแม่ได้อย่างสมบูรณ์  หากแต่เกิดจากการรักใคร่ในวัยหนุ่มสาว จนพลาดพลั้งตั้งครรภ์และมีบุตร เช่นนี้ทำให้เกิดการลองผิดลองถูกในการดำเนินกลุ่มชีวิตที่เรียกว่า ครอบครัว ด้วยวุฒิภาวะแล้วการที่จะอดทนและดูแลบุคคลอื่นภายในครอบครัวแบกรับภาระอันใหญ่หลวงของคำว่าพ่อและแม่จึงยากนักสำหรับพวกเขา

การก้าวไปสู่ยุคของการผลิตนิตยสารครอบครัวในรูปแบบดิจิทัล


โลกดิจิทัลยุคใหม่นำพาผู้ใช้งานก้าวไปสู่การอ่านผ่านสื่อชนิดดิจิทัลบนหน้าจออุปกรณ์ชนิดต่างๆ ทั้งเดสก์ทอปพีซี โน้ตบุ๊ค แท็บเบล็ต สมาร์ทโฟน และมัลติมีเดียเพลเยอร์ การก้าวไปสู่ยุคของการผลิตสื่อในรูปแบบนิตยสารนิตยสารครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์บนทุกแพลตฟอร์ม

การเข้าถึงนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์
การปฏิวัติของยุคข้อมูลข่าวสารไม่เพียงเป็นการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้อ่าน ทั้งในเรื่องของความสะดวกรวดเร็ว ความสนุกสนาน ในการอ่านหนังสือเช่นเดียวกับเล่มหนังสือที่ทำจากกระดาษในทางกลับกันหนังสือในยุคดิจิทัลหรืออาจเรียกว่า นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์เริ่มเข้ามาสู่สังคมผู้อ่านหนังสือมากขึ้น จึงทำให้สำนักพิมพ์ซึ่งเป็นผู้ผลิตหนังสือจากนักเขียนได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของสื่อที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นเนื่องจากนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดขั้นตอนในการผลิตหนังสือ จะทำให้วงจรในการนำเสนอหนังสือ หรือเรื่องราวต่างๆ จากหนังสือพิมพ์ หรือวารสารไปถึงมือผู้อ่านได้ง่ายขึ้น ซึ่งในอนาคต อาจมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปิดตัวสำนักพิมพ์จำนวนมากในอนาคต และมีการลดจำนวนการพิมพ์หนังสือของสำนักพิมพ์หรือมียอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสารที่ลดลง

สำหรับนิตยสารครอบครัวเป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการนิตยสารแบบดิจิทัลแก่ผู้อ่านบนทุกแพลตฟอร์ม ผู้อ่านสามารถเลือกนิตยสารครอบครัวที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วฟรีนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริการฟรีนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเปิดอ่านออนไลน์ได้ทันที หรือจะดาวน์โหลดอ่านแบบออฟไลน์ นอกจากข้อความและภาพประกอบแล้วยังมีลูกเล่นและมัลติมีเดียต่างๆ มากมาย ทั้งแกลเลอรี่ภาพ วิดีโอ แอนิเมชั่น หรือลิงค์ ที่จะช่วยให้การอ่านสนุกขึ้นอย่างมาก ทั้งยังสามารถโต้ตอบและเชื่อมโยงกับผู้อ่าน

นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นส่วนหนึ่งในสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆเช่นเดียวกัน คือ ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆที่ต้องการพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค กลยุทธ์ที่ดีอย่างหนึ่งคือ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ดังนั้นผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นจะต้องมีพื้นที่ในการโฆษณา นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นสื่ออีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ได้ ดังนั้นจึงเกิดการกระบวนการดำเนินการทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น นิตยสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำธุรกิจโดยรายได้นั้นไม่ได้มาจากการดาวน์โหลดของผู้อ่านเพราะให้ผู้อ่านสามารถดาวน์โหลดไปอ่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่รายได้นั้นมาจากค่าโฆษณา

เทคโนโลยีเป็นช่องทางนึงที่คนเข้าถึงนิตยสารครอบครัว

ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก ด้วยปัจจัยหลายอย่างทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะการหลั่งไหลเข้ามาของวัฒนธรรมต่างชาติ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ครอบครัวไทยเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนมาก เพราะต้องดิ้นรนทำมาหากิน ส่งผลให้ความใกล้ชิด และการดูแลเอาใจใส่ระหว่างกันมีน้อยลง

สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องปรับตัวตามยุคสมัยให้ทัน โชคดีที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นผู้ช่วยสำหรับพ่อแม่เพื่อจัดระเบียบชีวิตที่วุ่นวายทั้งการงานและครอบครัวให้สมดุล เช่น เมื่อก่อนมีปัญหาเรื่องเลี้ยงลูกก็ถามปู่ย่า เดี๋ยวนี้แค่เสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต หรือตามนิตยสารต่างๆ หรือเข้าไปดูตามเว็บบอร์ดต่างๆ ก็มีข้อมูลให้มากมาย และยังช่วยบริหารเวลาที่มีอยู่น้อยได้อย่างคุ้มค่า เพิ่มความมั่นใจและมีความสุขในการเลี้ยงลูกมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่า เทคโนโลยีจะเข้ามาเป็นตัวช่วยให้กับพ่อแม่ยุคใหม่ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจด้วยก็คือ พ่อแม่ต้องรู้เท่าทันถึงคุณประโยชน์และโทษของเทคโนโลยีเหล่านี้ รวมถึงหากมีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับลูกต้องปรับการใช้งานให้เหมาะสมตามวัยและพัฒนาการ

ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องตั้งเป้าหมายและประโยชน์ที่ต้องการให้ลูกได้รับจากสื่อนั้นๆ สำคัญคือต้องรู้จักธรรมชาติของลูกเราด้วยว่าควรจะสอนอย่างไรให้เหมาะสม ขณะที่เราเลี้ยงลูกเราจะรู้ได้เองจากการสังเกตว่าลูกสนใจอะไร มีความถนัดด้านใด ก็ควรส่งเสริมให้ไปในทางที่เขาชอบ ไม่ควรกีดกันหรือห้ามลูกไม่ให้สัมผัสกับอินเทอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีใดๆ เลย ตรงกันข้ามควรส่งเสริมให้เขาได้ฝึกใช้เพื่อตามโลกได้ทัน

การให้ลูกเข้าใช้สื่อ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ควรอยู่ในความดูแลของพ่อแม่อย่างใกล้ชิดและมีกฎกติกาชัดเจนด้วย เช่น ตั้งกฎให้ลูกเล่นเกม หรืออินเทอร์เน็ตหลังจากทำการบ้านเสร็จเรียบร้อย ควรให้พักสายตาทุก ๆ 20-30 นาที เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสายตาสั้นไปจนถึงต้อกระจกในเด็ก หมั่นชวนลูกละจากหน้าจอไปทำกิจกรรมอื่น ๆ บ้าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติและช่วยพัฒนาทักษะรอบด้าน หากออกนอกลู่นอกทางก็ตักเตือน แต่ไม่ควรไปเร่งรัดมากเกินไป ทุกอย่างต้องเป็นไปตามธรรมชาติ