สื่อโทรทัศน์ นับได้ว่าเป็นสื่อที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อความคิดต่างๆ ของผู้ชมรายการ

19

ปัจจุบันสื่อสารมวลชน (Mass media) แขนงต่างๆ ได้รับการต่อว่าต่อขานจากสังคมมากพอสมควรในด้านที่สื่อขาดความรับผิดชอบในการนำเสนอข่าวสารต่อสาธารณชน ความไม่เป็นกลางในการนำเสนอในฐานะของสื่อที่ดี รวมทั้งการเข้าข้างการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเห็นได้ชัดโดยขาดความรับผิดชอบ และไม่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงซึ่งถือเป็นการปฏิบัติ งานที่ผิดจรรยาบรรณในฐานะคนทำงานเป็นสื่อ อย่างมากอย่างไรก็ตาม ในที่นี้จะขอกล่าวถึงบทบาทของสื่อโทรทัศน์เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันถือได้ว่าสื่อโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีบทบาทมากที่สุดในสังคมไทยก็ว่าได้ เนื่องจากมีผู้ที่ชมรายการโทรทัศน์มากกว่าสื่ออื่นๆ ทุกประเภท จำนวนรวมกันหลายสิบล้านคนทั่วประเทศ สื่อโทรทัศน์ นับได้ว่าเป็นสื่อที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด เปิดเครื่องรับเมื่อไรก็สามารถชมภาพได้ทันที ส่วนรายการที่แต่ละสถานีจะนำเสนอนั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของคณะผู้บริหารของแต่ละสถานีเป็นสำคัญและเป็นธุรกิจประเภทหนึ่งที่สามารถทำกำไรได้มากมาย

ในบ้านเรา หากไม่นับเคเบิลทีวีที่มีอยู่ดาษดื่น หลากหลายทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด รวมทั้งโทรทัศน์ของต่าง ประเทศที่สามารถรับได้โดยง่ายเมื่อติดตั้งจานสัญญาณรับภาพแล้ว สถานีโทรทัศน์อย่างเป็นทางการและตั้งกันมานาน คือ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สถานีโทรทัศน์อิสระ ที่จัดตั้งขึ้นมาได้ไม่นานนัก โดยพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551สื่อโทรทัศน์ นับได้ว่าเป็นสื่อที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อความคิดต่างๆ ของผู้ชมรายการ รวมทั้งเราสามารถมองความคิดและรสนิยมของผู้ที่ชมรายการโทรทัศน์ได้ไม่ยากจากการชมรายการต่างๆ ของผู้ชมรายการโทรทัศน์ อย่างที่ภาษาฝรั่งว่า You are what you watch จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐที่เก็บตัวเลขทางสถิติและนำมาเปรียบเทียบอย่างน่าสนใจว่าคนไทยอ่านหนังสือกันน้อยมาก โดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยทั้งประเทศอ่านหนังสือเพียงคนละ 8-9 บรรทัดต่อปีเท่านั้น ในขณะเดียวกัน คนไทยดูโทรทัศน์โดยเฉลี่ยแล้วมากกว่าวันละ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าอิทธิพลที่ไปพร้อมกับสื่อโทรทัศน์ย่อมมีผลต่อความคิดต่างๆ ของประชาชนคนไทยมากที่สุด โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งใช้เวลาในการดูโทรทัศน์มากกว่าทุกวัย

โลกออนไลน์ ทำให้ครอบครัวสื่อสารกันน้อยลง

เว็บไซต์ต่างๆ ทุกวันนี้ ไม่เพียงมีหน้าที่ในการให้ข้อมูล ข่าวสารเท่านั้น แต่เว็บไซต์ต่างๆ ทางอินเตอร์เนตยังได้กลายเป็น “สังคมใหม่” อันเป็นแหล่งรวมเพื่อน พี่ น้อง คนรู้จัก และคนไม่รู้จักเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นเครือข่ายที่เรียกว่า เวบไซด์เครือข่ายสังคม (Social Network Website) ข้อดีของเครือยข่ายสังคมออนไลน์นี้ก็คือ ทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสาร รับรู้ความเป็นไปของเพื่อนที่อยู่อีกซีกโลกได้ตลอดเวลาอย่างเรียลไทม์ ตราบเท่าที่เรามีเครื่องมือที่จะพาเราเข้าสู่โลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์พีซี โน๊ตบุ๊คส์ และเนตบุ๊คส์ ที่พกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวก ไปจนถึงโทรศัพท์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองการใช้บริการเวบไซด์เครือข่ายสังคมออนไลน์โดยเฉพาะ และสามารถพูดคุยโต้ตอบกับเพื่อนที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเดียวกันได้ จนกลายเป็นกระแสการติดต่อสื่อสารของคนยุคใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในทุกวันนี้

ในอีกด้านหนึ่งวิดีโอเกมส์ ก็ได้รับการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีเกมส์รูปแบบต่างๆ ออกใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบเกมส์กดที่สามารถพกพาไปเล่นได้ทุกที่ หรือในรูปแบบที่ต้องต่อเข้ากับเครื่องรับโทรทัศน์ ทำให้ภาพของครอบครัว โดยเฉพาะในสังคมเมืองทุกวันนี้ เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก การที่เด็กติดเกมส์เป็นสัญญาณที่สะท้อนว่าสายสัมพันธ์ในครอบครัวกำลังอ่อนแอ

“ทุกวันนี้มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่มาปรึกษาถึงอาการติดเกมส์ของลูกจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่เมื่อถามว่า ขณะที่ลูกเล่นเกมส์นั้น คุณพ่อคุณแม่ทำอะไร ก็พบว่าคุณแม่บางคนก็แชททางโทรศัพท์กับเพื่อน ขณะที่คุณพ่อก็เข้าอินเตอร์เนตเชคข่าวสารออนไลน์ คำตอบนี้สะท้อนให้เห็นได้ว่า ครอบครัว โดยเฉพาะในสังคมเมืองทุกวันนี้ มีการสื่อสารกันน้อยลง เพราะเราหันไปใส่ใจกับเทคโนโลยีมากเสียจนหลงลืมสิ่งสำคัญที่อยู่ใกล้ตัว
มีพ่อแม่บางราย ที่ยอมรับว่า วิดีโอเกมส์ ทำให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะลูกจะสามารถอยู่หน้าจอได้นานหลายชั่วโมง ทำให้พ่อแม่มีเวลาจัดการธุระส่วนตัว ทำงานบ้าน พักผ่อน โดยไม่มีเด็กๆ มากวน และช่วงเวลานี้เองที่พ่อแม่ ก็ติดกับดักเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างไม่รู้ตัว มีพ่อแม่จำนวนมาก โดยเฉพาะคุณแม่ ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นสถานที่หลบหนี จากความเครียดในชีวิตประจำวัน”

“สำหรับครอบครัวที่มีปัญหาเทคโนโลยีเข้ามาแทรกแซงในความสัมพันธ์ คุณพ่อคุณแม่อาจต้องนั่งคุยกัน อธิบายปัญหาของคุณให้คู่ชีวิตทราบ เช่น รู้สึกเหนื่อยจากงานบ้าน หรืออยากให้ครอบครัวมีเวลาด้วยกันมากขึ้น รวมทั้งยอมรับว่าคุณกำลังพยายามที่จะใช้เวลากับสังคมออนไลน์ให้น้อยลง เพื่อให้คู่ชีวิตรับทราบและให้ความช่วยเหลือ ลองหาเวลา 3 ชั่วโมงต่อวัน ปิดเครื่องมือสื่อสาร และตัดขาดจากสังคมออนไลน์ แล้วใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ชวนลูกไปเดินเล่น เล่านิทาน อ่านหนังสือ หรือดูภาพยนตร์ด้วยกัน และชวนเจ้าตัวน้อยมาเลือกวันพิเศษประจำสัปดาห์ที่เป็นวันของครอบครัว อาจเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ที่ทุกคนจะไม่เปิดสื่อออนไลน์ ไม่เล่นเกมส์ แรกๆ อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่หากค่อยๆ พยายามและร่วมมือกัน ความสัมพันธ์ในครอบครัว ก็จะกลับมาดีได้ดังเดิม เพราะท้ายที่สุดแล้วภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดหาไม่ได้จากโลกออนไลน์ แต่พบได้ใกล้ๆ ในครอบครัวของคุณเองค่ะ”

อาการที่บ่งชี้ว่าคุณอาจกำลังเสพติดเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น ว่างเมื่อไรเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแชท เปลี่ยนสถานะของตนเองทุกครั้งที่มีโอกาส หงุดหงิดงุ่นง่านต้องการรู้ว่ามีใครมาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ของคุณหรือไม่ และคุณรู้สึกว่าให้เวลากับครอบครัวน้อยลงเพื่อที่จะได้เข้าไปติดต่อกับเพื่อนๆ ออนไลน์ หากคุณมีอาการเหล่านี้ ก็อาจถึงเวลาที่ต้องจัดตารางชีวิตใหม่

เทคโนโลยี Social Media หัวใจสำคัญของครอบครัวแนวใหม่ในอาเซียน

ความเจริญเติบโตในประเทศอาเซียนได้เปลี่ยนจากครอบครัวขยาย (ครอบครัวใหญ่) ลดลงเป็นครอบครัวเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น ตามหลักปรัชญาsei-katsu-sha ที่บอกว่า การศึกษาให้เข้าใจถึงความต้องการและค่านิยมของผู้ดำเนินชีวิตแต่ละคน เพื่อสร้างสรรค์แนวทางใหม่ที่ก่อให้เกิดความสุขกับบุคคลนั้น ๆ โดยการแบ่งแยกออกมาเป็นครอบครัวเดี่ยวนั้น แต่ละครอบครัวจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์กันผ่านเทคโนโลยี เป็นการสร้างค่านิยมใหม่ให้กับครอบครัว เรียกว่า ครอบครัวเชื่อมต่อ

เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นสิ่งเชื่อมโยงสำคัญ โดยแต่ละครอบครัวจะมีสังคมออนไลน์ไว้ติดต่อสื่อสารกัน เป็นการลดความเป็นส่วนตัวและสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันได้แม้อยู่ห่างไกล สามารถแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ได้แก่

1. ครอบครัวขยายที่ดูผิวเผินเหมือนเป็นครอบครัวเดี่ยวหมายถึง สมาชิกในครอบครัวที่แม้จะไม่ได้อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่ก็มีปฎิสัมพันธ์กันทั้งในโลกสังคมออนไลน์และในชีวิตจริง
2. เป็นประหนึ่งตาข่ายนิรภัยและรักษาความเป็นส่วนตัวในขณะเดียวกัน หมายถึง สมาชิกในครอบครบครัวคอยช่วยเหลือและดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน รวมทั้งปรับปรุงเรื่องความขาดความเป็นส่วนตัว เช่น กรณีที่แต่ละคนที่แยกออกไปจะอาศัยอยู่แต่บ้านของตนเอง แต่บ้านที่ใหญ่ที่สุดจะมีกล้องวงจรปิดติดตามบ้านของครอบครัวที่มีบ้านแยกออกไป เพื่อดูว่าบ้านแต่ละหลังทำอะไรกันอยู่
3. สมาชิกทุกคนในครอบครัวเป็นผู้มีอิทธิพลได้ หมายถึง ความถนัดของแต่คน สามารถเป็นผู้นำครอบครัวได้ในด้านนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านไอที ด้านอาหารหรือการท่องเที่ยว
4. วิธีการสื่อสารที่ขาดไม่ได้ 3 ชนิด ที่จำเป็นต้องมีในการรวมครอบครัว
4.1. โซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊กจะมีไว้เพื่อเก็บความทรงจำต่าง ๆ บันทึกภาพกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัว
4.2. แอพพลิเคชั่นสนทนา เช่น ตั้งกลุ่มไลน์ครอบครัวไว้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของแต่ละคน
4.3. การสนทนาแบบเห็นหน้าผ่านโทรศัพท์ เป็นการเชื่อมสายใยครอบครัวที่ห่างไกลได้รู้สึกเหมือนใกล้ชิดกัน

แม้ครอบครัวในอาเซียนจะกระจายกันอาศัยอยู่ในประเทศ แยกออกมาเป็นครอบครัวเดี่ยวจากครอบครัวขยาย แต่เทคโนโลยีเป็นตัวหลักสำคัญที่เชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เมื่อถึงเทศกาลสำคัญ เช่น วันเกิดสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวก็จะมีการรวมตัวจากทุกครอบครัวที่แยกออกไปมาพบปะ สังสรรค์กัน จึงเรียกได้ว่าเป็น ครอบครัวแนวใหม่แห่งอาเซียน

คนไทยฮิตใช้’ไอทีเชื่อมครอบครัวในปัจจุบัน


ทุกวันนี้คนไทย การดำเนินชีวิตประจำวันล้วนมีเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ในยุคของการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นที่หน้าสังเกตว่า ความสัมพันธ์ ตลอดจนรูปแบบการดำเนินชีวิตของครอบครัวไทย ในปัจจุบันมีความแตกต่างไปจากครอบครัวไทยในอดีต พ่อ แม่ ลูก ห่างเหินกันมากขึ้น แต่ละคนต่างเป็นอิสระต่อกัน มีทิศทางของตนเองทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่สังคมนอกบ้านทำงานหนัก เรียนหนัก บ้านเป็นเพียงที่พักพิงยามสมาชิกหมดภารกิจ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็มีวิธีการเลี้ยงดูหลานที่แตกต่างไปจากเดิม พ่อ แม่ทำงานเหนื่อยกลับมาบ้านอยากพักผ่อนบ้างเป็นผลใกล้คราวใกล้ชิดสนิทสนมตามแบบธรรมเนียมไทยลดลง หลายครอบครัวเลี้ยงลูกด้วยวิทยาการสมัยใหม่ให้เครื่องยนต์กลไกเป็นผู้ดูแลอบรมสั่งสอนลูกแทนตน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วีดิโอ อุปกรณ์การเล่นอันทันสมัยนานาชนิด

ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว ผลปรากฏว่า คนไทยนิยมนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและแลกเปลี่ยนรูปภาพระหว่างกัน ทำให้ไม่ต้องเป็นกังวลว่า การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวจะทำให้ขาดการติดต่อกับคนในครอบครัว ทั้งนี้ 95% ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนที่จะใช้ช่วงเวลาวันหยุดเพื่อติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัว ขณะที่ 51% กำหนดไว้ที่15-30 นาทีต่อวัน และอีก 14% กำหนดไว้ที่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ส่วนผลสำรวจต่อคำถามเรื่องข้อมูลที่ต้องการแลกเปลี่ยน 45% ระบุว่า ภาพถ่าย โดยผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 1 ใน 5 หรือ 20% ตอบว่าจะอัพเดทสถานะในโซเชียลมีเดียเป็นประจำเพื่อแลกเปลี่ยนความเป็นไปกับคนในครอบครัว

ขณะที่ คนไทย เชื่อว่า เทคโนโลยีจะช่วยให้สามารถติดต่อกับครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย 84% เชื่อว่าเทคโนโลยีมีผลทางบวกต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว และ 16% ยกให้เทคโนโลยีสำคัญต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยของผลสำรวจในภูมิภาคเอเชีย การสื่อสารผ่านโทรศัพท์ยังเป็นที่นิยมสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย มีสัดส่วน 67% แต่ปัจจุบันคนรุ่นเยาว์หันมาใช้การสื่อสารด้วยอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ส่วนคนกลุ่มอายุ 14-24 ปี อัตราส่วน 27% ใช้เทคโนโลยีติดต่อกับครอบครัวเป็นประจำ โดยมีเครื่องมือหลักคือ อีเมล ระบบส่งข้อความ หรืออินสแตนท์ แมสเสจจิ้ง โซเชียลเน็ตเวิร์ค และการสนทนาผ่านวิดีโอ

ความสำคัญในการดูแลครอบครัวให้มีความสุขและการดูแลเอาใส่ใจ

ครอบครัวคือความสัมพันธ์ของกลุ่มคนทางสายโลหิตและการแต่งงาน อันวัฒนธรรมการจัดระบบครอบครัวและเครือญาติของสังคมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการกำหนดวิถีชีวิตของชุมชน จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีความซับซ้อนและเป็นไปอย่างเร็ว ปัจจุบันโครงสร้างและรูปแบบของครอบครัวซึ่งเคยเป็นครอบครัวขยายกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ขนาดของครอบครัวเริ่มเล็กลง ครอบครัวไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม สถาบันครอบครัวซึ่งเคยเป็นทุนทางสังคม มีระบบเครือญาติที่มีความผูกพันอย่างใกล้ชิด มีความเกื้อกูล เอื้ออาทรและการอบรม ขัดเกลาบุตรหลาน การปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมประเพณี กลับอ่อนแอลง ซึ่งมีผลต่อปฏิสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกครอบครัวทั้งทางลบและทางบวก

ครอบครัวที่เคยเหนียวแน่นในอดีตปัจจุบันเริ่มเปราะบางลง มีปัญหามากมายตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาการอย่าร้าง การทอดทิ้งผู้สูงอายุ การทำแท้ง และอื่นๆอีกมากมายหรือกระทั้ง ความรุนแรงในครอบครัวที่ไม่น่าเชื่อว่าคนที่มีความผูกพันฉันสามีภริยาหรือคนที่มีสายโลหิตเดียวกันแล้วจะมีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นได้ สังเกตได้จากกฎหมายซึ่งเป็นตัวรองรับเพื่อป้องกัน แก้ไขและปรามให้สังคมมีความสงบสุข อันจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันตามยุคสมัยนั้นๆ  ซี่งกฎหมายครอบครัวในปัจจุบันนั้น มีลักษณะเป็นกฎหมายตั้งรับ ที่ครอบคลุมเรื่องของหมั้น การสมรส การหย่า  ทรัพย์สินระหว่างสามี-ภรรยา บุตรนอกสมรส บุตรบุญธรรมและมรดก ของครอบครัวในทุกระดับสิ่งเหล่านี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าถูกเขียนขึ้นเพื่อรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในครอบครัวทั้งสิ้น

ทั้งนี้เห็นได้ว่าปัญหาครอบครัวนั้นมีสาเหตุมาจากคนในครอบครัวเอง เป็นสำคัญ การที่ไม่อาจปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้ครอบครัวไม่อาจทำหน้าที่บทบาทของตนได้อย่างสมบูรณ์ เกิดความห่างเหินของคนในครอบครัว ไม่มีเวลาพูดคุยปรึกษาหารือกันทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน  เกิดปัญหาการอย่าร้าง การทอดทิ้ง   เสี่ยงต่อการที่บุตรประพฤติในทางไม่เหมาะสมตามมาและสาเหตุหนึ่งที่สำคัญและพบมากขึ้นในสังคมไทยปัญหาครอบครัวที่เกิดจากความไม่พร้อม คือความไม่พร้อมที่จะมีครอบครัวไม่ว่าจะด้วยวุฒิภาวะและอายุที่จะเป็นพ่อและแม่ได้อย่างสมบูรณ์  หากแต่เกิดจากการรักใคร่ในวัยหนุ่มสาว จนพลาดพลั้งตั้งครรภ์และมีบุตร เช่นนี้ทำให้เกิดการลองผิดลองถูกในการดำเนินกลุ่มชีวิตที่เรียกว่า ครอบครัว ด้วยวุฒิภาวะแล้วการที่จะอดทนและดูแลบุคคลอื่นภายในครอบครัวแบกรับภาระอันใหญ่หลวงของคำว่าพ่อและแม่จึงยากนักสำหรับพวกเขา